รากฟันเทียมมีกี่แบบ ? แล้วแบบไหนเหมาะกับเรา

รากฟันเทียมมีกี่แบบ

     การรักษาด้วยรากฟันเทียม (Dental Implants) เป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพื่อทดแทนฟันที่หายไป โดยสามารถช่วยให้ผู้ที่สูญเสียฟันกลับมาใช้งานฟันได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด รากฟันเทียมไม่เพียงแต่ช่วยคืนฟังก์ชันการบดเคี้ยว แต่ยังช่วยปรับปรุงรูปลักษณ์และความมั่นใจในตัวเองอีกด้วย แล้วรากฟันเทียมมีกี่แบบ ?

     หากคุณกำลังสงสัยว่า รากฟันเทียมมีกี่แบบ วันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับประเภทของรากฟันเทียมที่ใช้ในการรักษา

1. รากฟันเทียมซี่เดียว

     รากฟันเทียม 1 ซี่ (Dental Implant) เหมาะกับผู้ที่มีฟันหายไปเพียง 1 ซี่หรือมีปัญหาเรื่องฟันหัก ฟันผุจนไม่สามารถรักษาฟันเดิมได้ และต้องการทดแทนฟันที่สูญเสียไปด้วยวิธีที่มีความคงทนและเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องทำการกรอฟันข้างเคียงหรือทำสะพานฟัน 

ซึ่งเหมาะกับผู้ที่

  1. มีฟันหายไปเพียง 1 ซี่: เหมาะมากเพราะจะช่วยให้การทำฟันดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องบดบังฟันข้างเคียง
  2. สุขภาพฟันและเหงือกดี: หากเหงือกและกระดูกขากรรไกรแข็งแรง รากฟันเทียมสามารถติดตั้งได้ง่าย
  3. ไม่ต้องการใช้สะพานฟันหรือฟันปลอม: เพราะการใช้สะพานฟันจะต้องกรอฟันข้างเคียงเพื่อรองรับสะพานฟัน
  4. มีการดูแลสุขภาพฟัน: เพราะต้องมีการดูแลรักษาฟันอย่างดีหลังการติดตั้งรากฟันเทียม
  5. ไม่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการติดตั้งรากฟันเทียม: เช่น โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือปัญหาทางการแพทย์อื่นๆ ที่อาจทำให้การรักษาล้มเหลว

     หากคุณมีฟันหายไปแค่ 1 ซี่ และมีสุขภาพที่ดี รากฟันเทียมจะเป็นทางเลือกที่ดีที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติที่สุด

2. รากฟันเทียมหลายซี่

     การทำรากฟันเทียมหลายซี่เหมาะสำหรับคนที่มีฟันหายไปหลายซี่ หรือฟันบางซี่มีปัญหามากจนไม่สามารถรักษาได้ แต่ยังอยากทดแทนฟันหายไปด้วยวิธีที่คงทนและมีความสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ

ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ :

  1. มีฟันหายหลายซี่ในบริเวณเดียวกัน: ถ้าฟันหายไปหลายซี่ในช่องปากเดียวกัน (เช่น บริเวณกรามบนหรือกรามล่าง) รากฟันเทียมหลายซี่เป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะช่วยทดแทนฟันที่สูญหายให้ครบถ้วน และมีความทนทานสูง
  2. ฟันหายไปในตำแหน่งที่ใช้เคี้ยวอาหาร: ในกรณีที่ต้องการความแข็งแรงและการใช้งานที่ดี การติดตั้งรากฟันเทียมหลายซี่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเคี้ยวอาหารได้ดีกว่าการใช้สะพานฟันหรือฟันปลอม
  3. ต้องการความสะดวกสบายและความสวยงาม: รากฟันเทียมหลายซี่ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่ต้องมีการดูแลมากเท่าฟันปลอมแบบถอดออกได้
  4. สุขภาพเหงือกและกระดูกขากรรไกรดี: การติดตั้งรากฟันเทียมหลายซี่ต้องมีสุขภาพเหงือกที่แข็งแรง เพราะรากฟันเทียมต้องฝังในกระดูกขากรรไกร ซึ่งถ้ากระดูกไม่แข็งแรงอาจต้องทำการเสริมกระดูกก่อน
  5. ไม่ต้องการใช้ฟันปลอมแบบถอดได้: ฟันปลอมบางครั้งอาจไม่สะดวกในการใช้งานหรือทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ การทำรากฟันเทียมหลายซี่จะช่วยให้ความสะดวกสบายและมั่นใจมากขึ้น

     การทำรากฟันเทียมหลายซี่มีข้อดีตรงที่สามารถทดแทนฟันหายหลายซี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ต้องพึ่งพาฟันปลอมแบบถอดได้

3.รากฟันเทียมทั้งปาก (All on 4 & All on 6)

     การทำรากฟันเทียมทั้งปาก คือการติดตั้งรากฟันเทียมหลายซี่ในทุกๆ ตำแหน่งของฟันที่หายไปในช่องปาก ซึ่งมักจะใช้ในกรณีที่คนไข้สูญเสียฟันไปทั้งหมดในทั้งสองข้างของปาก หรือมีฟันที่ไม่สามารถรักษาได้และจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งปากด้วยรากฟันเทียม

     การทำรากฟันเทียมทั้งปากมักจะประกอบไปด้วยการติดตั้งรากฟันเทียมหลายซี่ (ประมาณ 4-6 ซี่) ที่จะช่วยยึดฟันเทียมทั้งปากที่ติดอยู่ในรูปแบบสะพานฟันหรือฟันเทียมแบบถาวร ซึ่งแตกต่างจากการทำฟันปลอมแบบถอดได้ที่หลายคนเคยใช้

ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ :

  1. ผู้ที่ฟันหายไปทั้งหมดในปาก: สำหรับผู้ที่มีฟันหายไปทั้งปาก หรือฟันที่เหลือไม่สามารถรักษาหรือใช้งานได้ (เช่น ฟันผุมาก ฟันโยก หรือฟันตาย) การทำรากฟันเทียมทั้งปากเป็นทางเลือกที่ดี เพราะจะให้ฟันที่ดูเหมือนฟันธรรมชาติและใช้งานได้เหมือนฟันจริง
  2. ผู้ที่มีปัญหาฟันและเหงือกที่รุนแรง: ถ้าฟันมีปัญหามากจนไม่สามารถรักษาได้ และเหงือกหรือกระดูกขากรรไกรยังแข็งแรงพอที่จะรองรับรากฟันเทียม การทำรากฟันเทียมทั้งปากจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
  3. ผู้ที่ไม่ต้องการฟันปลอมถอดได้: ฟันปลอมที่สามารถถอดออกได้อาจทำให้รู้สึกไม่สะดวกและไม่มั่นใจ แต่รากฟันเทียมทั้งปากจะให้ความรู้สึกเหมือนฟันธรรมชาติและไม่ต้องถอดออก
  4. ผู้ที่มีสุขภาพเหงือกและกระดูกขากรรไกรดี: รากฟันเทียมต้องการกระดูกที่แข็งแรงพอสมควรในการฝังรากฟันเทียม หากกระดูกขากรรไกรอ่อนแอ อาจต้องทำการเสริมกระดูกก่อนทำการติดตั้งรากฟันเทียม
  5. ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพฟันมานาน: สำหรับผู้ที่ฟันเริ่มสึกหรอหรือมีปัญหาฟันจนต้องถอนฟันหลายซี่ หรือฟันปลอมไม่สะดวก ก็สามารถเลือกการทำรากฟันเทียมทั้งปากได้
  6. ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ถาวรและสะดวกสบาย: การทำรากฟันเทียมทั้งปากจะให้ผลลัพธ์ที่ถาวร ใช้งานได้เหมือนฟันธรรมชาติ และไม่ต้องมีการถอดออกหรือใส่ใหม่ทุกวัน

     การทำรากฟันเทียมทั้งปากเหมาะกับผู้ที่ต้องการทดแทนฟันทั้งหมดในปาก ด้วยผลลัพธ์ที่คงทนและเหมือนฟันธรรมชาติ และเหมาะกับผู้ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในสุขภาพฟันและความมั่นใจ

     การรักษาทำรากฟันเทียมแนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านรากฟันเทียมเพื่อประเมินสภาพฟันและกระดูกขากรรไกร เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมและการรักษาที่ดีที่สุด

     คลินิกกันตกรรม The Tooth Club เป็นศูนย์ทันตกรรมแบบครบวงจร พร้อมทีมทันตแพทย์มากความสามารถประสบการณ์นานกว่า 15 ปี มีความเชี่ยวชาญในการทำรากฟันเทียม ทั้งในตำแหน่งฟันหน้า ฟันกราม และฟันกรามบนที่ติดกับไซนัส รวมถึงเชี่ยวชาญการปลูกกระดูกทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะมีการสูญเสียกระดูกไปมากแค่ไหน ก็สามารถปลูกกระดูกขึ้นมาใหม่ได้ด้วยความเชี่ยวชาญ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาดปลอดภัยในระดับสากล ในราคาที่เข้าถึงได้ทุกคนอย่างเท่าเทียม

บทความโดย ทันตแพทย์หญิง วรางคณา ลำใย

พบกับเราได้ที่ The Tooth Club Clinic เอกมัย 21
435 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ 10110

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ