เมื่อพูดถึงการถอนฟัน, การยกไซนัส, หรือการใส่รากฟันเทียม อาจจะฟังดูเหมือนขั้นตอนที่ซับซ้อน แต่จริงๆ แล้ว เป็นกระบวนการที่ทำเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของสุขภาพช่องปากในระยะยาว เราสามารถทำได้เลย
การทำรากฟันเทียมยกไซนัส กระบวนการที่ใช้เมื่อผู้ป่วยมีสภาพกระดูกในขากรรไกรบนที่ไม่เพียงพอสำหรับการติดตั้งรากฟันเทียม การทำ “ยกไซนัส” จะช่วยเพิ่มปริมาณกระดูกในบริเวณที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในบริเวณของไซนัส ซึ่งเป็นโพรงอากาศในกระดูกขากรรไกรบนที่สามารถสูญเสียกระดูกได้เมื่อมีการสูญเสียฟัน




ขั้นตอนของการทำ รากฟันเทียมยกไซนัส:
1. การประเมินเบื้องต้น:
ทันตแพทย์จะทำการตรวจร่างกายและการถ่ายภาพ X-ray หรือ CT scan เพื่อตรวจสอบปริมาณกระดูกที่เหลืออยู่ในพื้นที่ขากรรไกรบน โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้เคียงกับไซนัส เพื่อดูว่ามีเพียงพอที่จะรองรับรากฟันเทียมได้หรือไม่
2. การทำการยกไซนัส:
- การทำยกไซนัสเริ่มจากการเปิดเหงือกในบริเวณที่ต้องการติดรากฟันเทียม
- จากนั้นจะทำการยกเยื่อบุไซนัสขึ้น (เยื่อบุไซนัสเป็นชั้นของเนื้อเยื่อที่หุ้มโพรงไซนัส) เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการเติมวัสดุกระดูกเทียม
- วัสดุกระดูกเทียม (อาจจะเป็นวัสดุกระดูกสังเคราะห์หรือกระดูกจากแหล่งอื่น) จะถูกเติมเข้าไปในพื้นที่ที่ยกไซนัส เพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างกระดูกใหม่
3. การรอให้กระดูกใหม่เติบโต:
 - หลังจากทำการยกไซนัสแล้ว กระดูกใหม่จะต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนในการเติบโตและแข็งแรงพอที่จะรองรับรากฟันเทียม
 - ในช่วงนี้ คนไข้จะต้องติดตามอาการกับทันตแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลรักษา
4. การติดตั้งรากฟันเทียม:
เมื่อกระดูกแข็งแรงและพร้อมแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการติดตั้งรากฟันเทียม ซึ่งจะติดตั้งในตำแหน่งที่เตรียมไว้
ข้อดีของการทำ รากฟันเทียมยกไซนัส
- ช่วยเพิ่มปริมาณกระดูกในกรณีที่กระดูกไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้สามารถติดตั้งรากฟันเทียมได้
- เป็นการรักษาที่ยั่งยืนและช่วยให้ฟันใหม่ทำงานได้เหมือนฟันธรรมชาติ
- ลดความเสี่ยงในการสูญเสียฟันในอนาคต
ข้อควรระวังและอาการหลังการทำ
- อาการบวม, ฟกช้ำ, หรือปวดเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรกหลังการทำ
- ในบางกรณีอาจมีอาการแทรกซ้อนเช่น การติดเชื้อหรือการเสียหายของไซนัส ซึ่งหากพบปัญหาควรพบแพทย์ทันที
กระบวนการนี้สามารถทำได้ในกรณีที่ต้องการรากฟันเทียมในพื้นที่ที่กระดูกไม่เพียงพอ การทำรากฟันเทียมยกไซนัสมักจะมีความเสี่ยงต่ำเมื่อทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็อาจมีอาการบวมชั่วคราวหรือไม่สบายตัวหลังจากการทำหัตถการ
การทำรากฟันเทียมยกไซนัส สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสภาพของกระดูกและความต้องการของผู้ป่วย โดยปกติแล้วมี 2 วิธีหลักในการทำรากฟันเทียมยกไซนัส:
1. การทำรากฟันเทียมยกไซนัสแบบเปิด (Open Sinus Lift)
- วิธีนี้ ใช้ในกรณีที่มีการสูญเสียกระดูกมาก หรือเมื่อมีปริมาณกระดูกที่เหลือไม่เพียงพอในพื้นที่ที่ต้องการติดรากฟันเทียม
- ขั้นตอน:
- ทันตแพทย์จะเปิดเหงือกในบริเวณที่ต้องการติดรากฟันเทียม
- ทำการเปิดแผลในกระดูกขากรรไกรเพื่อเข้าถึงโพรงไซนัส
- เยื่อบุไซนัสจะถูกยกขึ้นและวัสดุกระดูกเทียมจะถูกเติมเข้าไปในพื้นที่นี้
- รอให้วัสดุกระดูกเติบโตและผสานกับกระดูกเดิม (กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน)
- หลังจากกระดูกใหม่เติบโตเพียงพอแล้ว ก็สามารถติดตั้งรากฟันเทียมได้
- ข้อดี: สามารถเติมกระดูกได้มากในกรณีที่กระดูกเดิมไม่เพียงพอ
- ข้อเสีย: ใช้เวลานานในการรอให้กระดูกใหม่เติบโต อาจจะมีอาการบวมและเจ็บปวดหลังการทำ
2. การทำรากฟันเทียมยกไซนัสแบบปิด (Closed Sinus Lift)
- วิธีนี้ เหมาะสำหรับกรณีที่กระดูกเหลืออยู่มากพอ และไม่ต้องยกไซนัสขึ้นมาก
- ขั้นตอน:
- ทันตแพทย์จะทำการเจาะจากตำแหน่งที่ต้องการติดรากฟันเทียมโดยตรง
- ใช้เครื่องมือพิเศษในการดันเยื่อบุไซนัสขึ้นโดยไม่ต้องเปิดแผลขนาดใหญ่
- เติมวัสดุกระดูกเทียมเข้าไปในพื้นที่นี้
- หลังจากนั้นจะติดตั้งรากฟันเทียมได้ทันทีในบางกรณี หรืออาจจะต้องรอให้กระดูกใหม่เติบโต
- ข้อดี: เป็นวิธีที่ทำให้การฟื้นตัวเร็วขึ้น เนื่องจากไม่ต้องทำแผลใหญ่
- ข้อเสีย: ใช้ได้เฉพาะในกรณีที่กระดูกยังคงมีปริมาณเหลือเพียงพอและไซนัสไม่อยู่ในตำแหน่งที่ยากต่อการเข้าถึง
การตัดสินใจเลือกวิธี:
การเลือกวิธีการทำ รากฟันเทียมยกไซนัส จะขึ้นอยู่กับ:
- ปริมาณและความหนาของกระดูกที่มีอยู่
- ระยะเวลาที่สามารถรอให้กระดูกเติบโต
- ความซับซ้อนของกรณีที่ผู้ป่วยเผชิญ
ทันตแพทย์จะทำการประเมินสภาพของคนไข้อย่างละเอียดก่อนแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุด โดยการเลือกวิธีทั้งสองขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น สภาพกระดูก อายุ และความต้องการของคนไข้


การรักษาทำรากฟันเทียมยกไซนัสแนะนำให้ปรึกษาทันตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านรากฟันเทียมเพื่อประเมินสภาพฟันและกระดูกขากรรไกร เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมและการรักษาที่ดีที่สุด
คลินิกกันตกรรม The Tooth Club เป็นศูนย์ทันตกรรมแบบครบวงจร พร้อมทีมทันตแพทย์มากความสามารถประสบการณ์นานกว่า 15 ปี มีความเชี่ยวชาญในการทำรากฟันเทียม ทั้งในตำแหน่งฟันหน้า ฟันกราม และฟันกรามบนที่ติดกับไซนัส รวมถึงเชี่ยวชาญการปลูกกระดูกทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะมีการสูญเสียกระดูกไปมากแค่ไหน ก็สามารถปลูกกระดูกขึ้นมาใหม่ได้ด้วยความเชี่ยวชาญ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาดปลอดภัยในระดับสากล ในราคาที่เข้าถึงได้ทุกคนอย่างเท่าเทียม





