จัดฟันเด็ก

     การจัดฟันเด็กเป็นอีกหนึ่งวิธีการแก้ปัญหาฟันเหยิน ฟันเก และฟันซ้อนของลูกน้อยที่อาจเกิดขึ้นได้ วันนี้เราจึงอยากชวนคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมีแพลนอยากพาลูกไปจัดฟันไปทำความเข้าใจข้อมูลจำเป็นที่ควรรู้กัน

     สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีแผนอยากให้ลูกจัดฟัน เนื่องจากลูกมีปัญหาฟันเรียงตัวซ้อนทับกัน มีการสบฟันที่ไม่พอดีจนทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด มีฟันผุ และอาจลุกลามจนเกิดปัญหาภายในช่องปากอื่น ๆ เราเตรียมข้อมูลจำเป็นที่ควรรู้เกี่ยวกับการจัดฟัน อุปกรณ์ที่ใช้ วิธีการเตรียมใจก่อนพาเด็กมาพบทันตแพทย์ รวมไปถึงวิธีการดูแลหลังการจัดฟันมาให้ในบทความนี้

จัดฟันเด็ก คืออะไร ราคาเท่าไหร่

     การจัดฟันเด็ก เป็นการแก้ไขฟันเบื้องต้นในเด็ก สามารถจัดฟันได้ตั้งแต่ชุดฟันน้ำนม หรือชุดฟันผสมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาฟันซ้อน ฟันยื่น ฟันเก หรือปัญหาในด้านการบดเคี้ยวที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การจัดฟันเด็กนี้ไม่จำเป็นต้องทำทุกคน ในเคสที่ฟันของเด็กไม่ได้มีปัญหามากก็ไม่มีความจำเป็นต้องจัดฟัน แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาเด็กไปพบทันตแพทย์เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นก่อนการตัดสินใจจะดีที่สุด
สำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดฟันเด็ก จะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละคลินิก และสถานพยาบาล โดยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นประมาณ 15,000 บาท หากคุณพ่อคุณแม่คนไหนมีความสนใจอยากให้ลูกจัดฟัน สามารถทักมาปรึกษาที่ THE TOOTH CLUB ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จะถ่ายภาพแล้วส่งให้ให้ทันตแพทย์พิจารณาก่อนก็ได้ เรามีทันตแพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมสำหรับเด็กที่ใจดี มือเบา และมีความรู้ด้านจิตวิทยาเด็กคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สุขภาพฟันของเด็ก ๆ แข็งแรงตั้งแต่ฟันน้ำนมชุดแรกจนถึงชุดฟันแท้ที่จะอยู่กับเขาตลอดไป

การจัดฟันเด็ก ทำได้ตั้งแต่อายุเท่าไร?

     การจัดฟันจริง ๆ แล้วสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุประมาณ 6-7 ขวบ ในชุดฟันน้ำนม หรือจัดในชุดฟันผสม ไม่จำเป็นต้องรอให้เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก่อน เพราะฟันในวัยเด็กจัดให้เรียงตัวสวยได้ดีกว่าฟันในช่วงวัยรุ่น แต่ถ้าเด็ก ๆ คนไหนเริ่มมีปัญหาเรื่องฟัน คุณพ่อคุณแม่สามารถพามาปรึกษากับทันตแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาตามความเหมาะสมได้เลย

โดยทันแพทย์มากประสบกาณ์

ใช้วัสดุคุณภาพ

เดินทางสะดวก คลินิกตั้งอยู่เอกมัย 21

เด็กคนไหนที่ควรได้รับการจัดฟัน

  • ฟันเกิน สามารถพบได้ทั้งในฟันน้ำนม และฟันแท้ มีผลทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น ฟันงอกผิดตำแหน่งหรือขวางฟันซี่อื่น เป็นต้น
  • ฟันสบ อย่างการเกิดฟันสบลึก (Deep Bite) อาจทำให้ฟันหน้าบนคร่อมฟันล่างมากกว่าปกติจนทำให้เกิดฟันสึก หรือเสียวฟันได้ หากไม่ได้ทำการรักษาก็อาจจะทำให้เหงือก และรากฟันหน้าเสียหายได้
  • ฟันซ้อน ฟันเก หรือฟันขึ้นผิดตำแหน่ง ทำให้ฟันขึ้นเบี้ยวผิดรูป
  • ฟันหรือขากรรไกรผิดปกติ อาจทำให้ขากรรไกรค้าง อ้าปากแล้วปากเบี้ยว และมีปัญหาในการเคี้ยวได้

เครื่องมือจัดฟันเด็ก มีอะไรบ้าง

เครื่องมือแบบติดแน่น
(Screw and Plate)

เหมือนการจัดฟันของผู้ใหญ่ เครื่องมือในการจัดฟันเด็กมีทั้งแบบติดแน่น และแบบถอดได้ สำหรับแบบติดแน่นแบ่งเป็นการจัดฟันแบบโลหะที่จะใช้เครื่องมือติดไว้บริเวณผิวหน้าฟัน แบ่งย่อยออกเป็น 2 แบบ คือ แบบใช้ยางรัด และไม่ใช้ยางรัด การจัดฟันแบบติดแน่นอีกแบบ คือ การจัดฟันดามอนที่ช่วยให้ฟันเข้าที่เร็วกว่า และระคายเคืองน้อยกว่าแบบโลหะ

จัดฟันแบบใส
(Invisalign First)

เป็นการใช้เครื่องมือพลาสติกใสในการจัดฟันให้กับเด็ก สามารถถอดมาทำความสะอาดได้ ใช้เวลาในการจัดฟันน้อย สวยงาม แต่มีค่าใช้จ่ายสูง

ลูกต้องเคลียร์ช่องปากก่อนไหม

การจัดฟันทุกรูปแบบ ทันตแพทย์จะทำการเคลียร์ช่องปากก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดตามมาระหว่างการจัดฟัน หากคุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจจะให้ลูกจัดฟันแล้ว ทันตแพทย์จะทำการสำรวจช่องปากโดยละเอียดว่ามีปัญหาอะไรต้องแก้ไขไหม หากทันตแพทย์พบว่ามีหินปูน มีฟันผุ หรือมีปัญหาบริเวณเงือก ทันตแพทย์จะทำการขูดหินปูน อุดฟัน และรักษาโรคเหงือกอักเสบต่าง ๆ ให้หายขาดก่อนจึงจะเข้าสู่กระบวนการจัดฟันต่อไป โดยระยะเวลาการเคลียร์ช่องปากใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป

สอบถาม ขอรายละเอียดเพิ่มเติม

หลังเด็กจัดฟันแล้วควรดูแลตัวเองอย่างไร

  • เลือกใช้แปรงสีฟัน และยาสีฟันสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะ โดยยาสีฟันแนะนำให้เป็นแบบที่มีฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุร่วมด้วยจะดีที่สุด
  • แปรงฟันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือแปรงทุกครั้งหลังมื้ออาหารอย่างน้อย 30 นาที
  • ควรใช้แปรงซอกฟัน หรือไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดซอกฟันให้สะอาดร่วมด้วย
  • ช่วงจัดฟันควรงดอาหารแข็ง เหนียว เคี้ยวยาก เพราะอาจกระทบกับเครื่องมือที่ใช้ในการจัดฟันได้
  • พบทันตแพทย์ตามที่นัดหมายทุกครั้ง และปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ตรวจสุขภาพภายในช่องปากทุก ๆ 6 เดือน

คำถามพบบ่อย

     จำเป็น คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือนตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น เพื่อดูแลสุขภาพฟัน ศึกษาวิธีการแปรงฟันที่เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาฟันที่อาจตามมาในอนาคต

ขึ้นอยู่กับปัญหาฟันของเด็ก โดยส่วนใหญ่การจัดฟันของเด็กใช้เวลาประมาณ 12-24 เดือน เพื่อให้ฟันเข้าที่ แบ่งการจัดฟันออกเป็น 2 เฟส คือ เฟสแรกที่ฟันน้ำนมยังไม่หมด แต่มีฟันแท้ขึ้นมาแล้ว 3-4 ซี่ เป็นการปรับขนาดขากรรไกรเพื่อไม่ให้ฟันแท้มีปัญหา และอีกเฟส คือ เฟสที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว และอยากแก้ปัญหาฟันเพื่อให้เรียงตัวสวย

  • เลือกใช้แปรงสีฟัน และยาสีฟันสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะ โดยยาสีฟันแนะนำให้เป็นแบบที่มีฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุร่วมด้วยจะดีที่สุด
  • แปรงฟันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือแปรงทุกครั้งหลังมื้ออาหารอย่างน้อย 30 นาที
  • ควรใช้แปรงซอกฟัน หรือไหมขัดฟันเพื่อทำความสะอาดซอกฟันให้สะอาดร่วมด้วย
  • ช่วงจัดฟันควรงดอาหารแข็ง เหนียว เคี้ยวยาก เพราะอาจกระทบกับเครื่องมือที่ใช้ในการจัดฟันได้
  • พบทันตแพทย์ตามที่นัดหมายทุกครั้ง และปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ตรวจสุขภาพภายในช่องปากทุก ๆ 6 เดือน

สอบถามรายละเอียดได้ที่

สอบถาม ขอรายละเอียดเพิ่มเติม